ทรอมโซ่ สวรรค์บนดินแห่งประเทศนอร์เวย์

Tromso

Tromso

นอร์เวย์ ประเทศที่เปี่ยมไปด้วยมนต์สเน่ห์แห่งสแกนดิเนเวียที่เหล่านักเดินทางที่เคยไปเยี่ยมเยือนมาแล้วต่างการันตีว่าหากมีโอกาสต้องไปเยือนอีกเป็นครั้งที่สองและครั้งต่อ ๆ ไปเป็นแน่ เพราะไม่ว่าจะเป็นความสวยงามของสภาพภูมิประเทศรอบตัวทั้งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นก็ล้วนแล้วแต่มีมนต์ขลังตราตรึงใจให้แก่ผู้ได้พบเห็นทั้งสิ้น และอีกเมืองหนึ่งที่เปรียบได้ดังสวรรค์บนดินแห่งนอร์เวย์ที่รอให้ทุกคนไปสัมผัส นั่นก็คือ เมืองทรอมโซ่ (Tromso)

เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลทางเหนือของนอร์เวย์ มีหิมะปกคลุมภูเขาลูกใหญ่ที่โอบล้อมเมืองเอาไว้ราวกับป้อมปราการ มีสะพานทอดยาวระหว่างเกาะไปยังแผ่นดินใหญ่ เมืองที่ผู้คนมีความน่ารักและมีมิตรไมตรีคอยหยิบยื่นให้กับผู้ไปเยือนผสมผสานกับความคลาสสิคของสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ที่ชาวทรอมโซ่ยังอนุรักษ์ไว้ ยิ่งเพิ่มมนต์สเน่ห์ให้กับที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์เก่าแก่ที่ชื่อว่า Arctic Cathedral ที่ถือได้ว่าเป็นแลนด์มาร์คของทรอมโซ่ที่สร้างขึ้นราวปี 1965 ก็ยังคงความงดงามเช่นเดิม หรือจะเป็นบ้านไม้โบราณที่ว่ากันว่าสร้างตั้งแต่ปี 1789 หลายหลังที่ยังคงความเก่าแก่และคลาสสิคที่ชาวเมืองยังคงอนุรักษ์ไว้ ถัดมาอีกนิดก็จะมีโบสถ์ไม้เก่าแก่ชื่อ Tromso Cathedral ที่สร้างขึ้นในปี 1861 ก็มีความขลังและงดงามที่ไม่เคยเสื่อมคลาย นอกจากนั้นก็ยังมีสิ่งปลูกสร้างอีกหลายแห่งที่ต่างก็มีมนต์สเน่ห์แห่งความเก่าแก่ที่ชาวเมืองทรอมโซ่ยังอนุรักษ์ไว้อย่างดีอีกด้วย

นอกจากสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่อันสวยงามที่จะทำให้ผู้ไปเยือนหลงใหลในทรอมโซ่อย่างถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติก็มีไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยว ในวันที่อากาศไม่หนาวเย็นจนเกินไปและท้องฟ้าสดใส ที่เมืองทรอมโซ่นี้ก็มีเรือไว้คอยบริการพาไปทัวร์ชมปลาวาฬหลังค่อมในท้องทะเลอันงดงามชนิดที่ว่าคุณสามารถใช้มือแตะหลังมันได้อีกด้วย หลายท่านอาจจะกลัวว่าเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือจึงเกรงกลัวกับความหนาวเหน็บแต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะที่นี่มีกระแสน้ำอุ่นในทะเลที่ไหลวนหมุนเวียนโดยรอบตลอดเวลาทำให้ความหนาวเหน็บเหล่านั้นคลายตัวอบอุ่นลงเป็นอากาศที่สบายขึ้น สิ่งสุดท้ายที่เป็นไคลแมกซ์ของเมืองนี้คือ คุณจะสามารถเห็นแสงเหนือท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่ประกอบไปด้วยทะเลตัดกับภูเขาที่จะเพิ่มมนต์สเน่ห์ให้แสงเหนือดูงดงามขึ้น เรียกได้ว่าเพียงเท่านี้ก็คุ้มค่าเหลือเกินที่สักครั้งหนึ่งคุณจะมีโอกาสมาเยือน ทรอมโซ่ สวรรค์บนดินแห่งประเทศนอร์เวย์