จำนวนประชากรของคนขั้วโลกเหนือ และชีวิตความเป็นอยู่

North pole population

สิ่่งที่ทำให้พื้นที่แถบขั้วโลกมีความน่าสนใจก็คือความแตกต่างในด้านสภาพแวดล้อม ขณะที่ประเทศในโซนอื่นๆ มีพื้นที่เป็นพื้นดิน ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ประเทศในเขตขั้วโลกเหนือกับมองเห็นแต่สีขาวของน้ำแข็งและหิมะ มีบ้างที่เป็นแผ่นดินซึ่งมีพันธุ์ไม้หลายชนิด แต่มันก็ยังไม่ได้เป็นพืชที่เหมือนกับเมืองร้อนอื่นๆ อยู่ดี จึงมีคำถามต่อมาอีกว่า ในเมื่อสภาพแวดล้อมเป็นอย่างนั้น คนที่นั่นเขาอาศัยอยู่กันอย่างไร แล้วมีคนมากน้อยแค่ไหนที่รวมตัวกันอยู่ที่แห่งนั้น

เมื่อต้องอยู่กับอากาศติดลบตลอดเวลา

อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของขั้วโลกเหนือจะอยู่ที่ประมาณ -30 ถึง -60 องศาเซลเซียส ก็คืออยู่ในช่วงติดลบตลอดไม่ว่าฤดูกาลไหน แหล่งน้ำจะแข็งเป็นน้ำแข็งโดยพร้อมเพรียงกัน ขนาดหน้าร้อนก็ยังได้สัมผัสอุณหภูมิแค่ -20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ยังไม่พอที่นี่ยังต้องต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงของอากาศที่รุนแรง มีพายุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และหลายครั้งก็ได้คร่าชีวิตของผู้คนบางส่วนไป การดำรงชีวิตอยู่ที่นี่จึงต้องเข้าใจในธรรมชาติและเข้าใจในตัวเองค่อนข้างสูง พร้อมกับสามารถดูแลตัวเองในจังหวะที่ต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ ได้ด้วย

ผู้คนที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านแต่ละแห่งมักมีจำนวนไม่มากเท่าไร เพียงแค่ 500 คนนี่ก็นับว่าเป็นหมู่บ้านได้แล้ว ปัญหาอย่างแรกที่ทุกคนต้องก้าวข้ามก็คือภาวะหิมะกัด ใครว่าหิมะเป็นปุยขาวที่ให้ความสุขและความเบิกบานเพียงอย่างเดียว หิมะมีคุณสมบัติกัดกร่อนผิวหนังของเราได้ด้วย มันไม่ได้มีฤทธิ์เป็นกรดหรือเป็นด่างแต่อย่างใด มันมีแค่ความเย็นที่มากเกินกว่าชั้นผิวของเราจะรับได้เท่านั้นเอง อยากรู้ว่าความรู้สึกจะเป็นอย่างไรก็สามารถลองถือน้ำแข็งด้วยมือเปล่าเอาไว้นานๆ แล้วทวีคูณความรู้สึกให้รุนแรงขึ้นอีกเป็นร้อยเท่า นั่นก็น่าจะใกล้เคียงกับความรู้สึกของคนในแถบขั้วโลกเหนืออยู่เหมือนกัน กลับมาที่อาการหิมะกัดกันต่อ มันจะทำให้เนื้อเยื่อของร่างกายค่อยๆ ถูกทำลายไป อาจจะเริ่มจากการรู้สึกชา ไม่มีการตอบสนอง ไปจนถึงต้องตัดอวัยวะทิ้ง

บ้านทุกหลังคาเรือนจะต้องติดตั้งเครื่องปรับอุณหภูมิเพื่อให้อากาศอบอุ่นขึ้น เครื่องนี้ไม่เคยถูกปิดการใช้งานเลย เพราะเมื่อตัดสินใจปิดเครื่องไปแล้ว อาจจะเจออีกปัญหาหนึ่ง นั่นก็คือ เครื่องเปิดไม่ติดด้วยเจอพิษของความเย็นเข้าไป คราวนี้ก็มีหวังได้นอนหนาวจนตายกันแน่นอน ส่วนของการตกแต่งภายในบ้านก็น่าจะจินตนาการกันได้ไม่ยาก มักจะเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นได้ แล้วโทนสีก็เป็นอะไรที่หาได้ง่ายในพื้นที่นั่นเอง

หนาวแค่ไหนก็มีอาหารการกินที่สมบูรณ์พอตัว

ถ้าผ่านด่านเรื่องการอยู่กับอุณหภูมิติดลบไปได้แล้ว เรื่องอาหารการกินก็ไม่ต้องห่วงเลย คนที่นี่เขามีทักษะในการหาอาหารจากท้องถิ่นค่อนข้างสูง เมื่อต้องการเนื้อปลาก็จะมีวิธีการจับปลาที่อยู่ใต้พื้นน้ำแข็ง เมื่อต้องการพืชผักก็เข้าป่าหาผักเมืองหนาวกลับมาบ้าน เมนูยอดนิยมของคนที่นี่คือ “สโตรกานินา” มันเป็นเนื้อปลาที่ผ่านการแช่แข็ง ไม่ต้องรอให้น้ำแข็งละลายก็เอามาแล่เป็นชิ้นบางๆ ผสมเครื่องปรุงจำพวกพริกไทยกับเกลือเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสชาติ จากนั้นก็กินกันแบบสดๆ ไปเลย เมนูนี้ไม่ได้เป็นอาหารจานหลัก เพราะการทานปลาดิบปริมาณมากมันก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก เขาจะกินเป็นออเดิร์ฟเพื่อกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หลังจากนั้นจึงจะได้ลิ้มรสกับอาหารอุ่นๆ หลากหลายประเภทมีทั้งสเต็ก มีทั้งซุปร้อนๆ ช่วยให้ร่างกายได้อบอุ่นมากขึ้นหลังจากไปตามหาวัตถุดิบข้างนอกมา