ขั้วโลกเหนือ เมืองแห่งน้ำแข็ง

North Pole City of Ice pic

North Pole City of Ice

ถ้าหากเราพูดถึงขั้วโลกเหนือ หลายคนคงคิดถึงภาพสถานที่เป็นน้ำที่เป็นน้ำแข็ง หิมะปกคลุมทุกสถานที่อากาศหนาวเย็นยะเยือก ผู้คนที่ถูกเรียกว่าชาวเอสกีโม หมีขาวขนปุยสีขาว สุนัขขนหนาวิ่งลากเลื่อน แต่แท้จริงๆแล้วใครจะรู้บ้างว่าขั้วโลกเหนือที่มีคนอาศัยอยู่นับไม่ถ้วนจะไม่มีพื้นดินเลย เพราะขั้วโลกเหนือไม่ได้อยู่บนพื้นทวีป แต่ขั้วโลกเหนือตั้งอยู่กลางมหาสมุทรอาร์กติกที่มีอากาศหนาวจับใจซึ่งยิ่งในฤดูหนาวแล้วที่นี่มีอุณหภูมิ -30องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ถ้าหากเราจะเทียบอากาศระหว่างขั้วโลกเหนือกับขั้วโลกใต้แล้วที่ขั้วโลกใต้ในช่วงอุณหภูมิหนาวที่สุดจะอยู่ที่ -62.2องศาเซลเซียสซึ่งจะมีอากาศหนาวเย็นน้อยกว่าทำให้มีสิ่งมีชีวิตใต้น้ำอาศัยอยู่ได้ไม่ว่าจะเป็นนก ปลา หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆ รวมถึงคนด้วย

หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าคนที่อยู่ในขั้วโลกเหนือสามารถอยู่กันได้อย่างไรทั้งๆ ที่มีอากาศหนาวเย็นจัด ซึ่งประเทศที่ผู้คนอาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือนั้นก็คือประเทศกรีนแลนด์ และแน่นอนว่าพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งทุกช่วงเวลาขณะฤดูร้อนของเขายังมีภูมิอากาศที่ติดลบ – 10 องศาเซลเซียส ส่วนมากผู้คนที่อาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือนั้นมักจะปลูกบ้านที่ไม่สูงมากนัก ปลูกบ้านติดๆ กันเพื่อไม่ให้ปะทะกับลมหนาวมากเกินไป นอกจากที่ขั้วโลกเหนือนั้นเป็นเมืองแห่งน้ำแข็งที่นี่ยังเป็นแหล่งน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ผู้คนส่วนใหญ่จะตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ที่นี่

ภาวะโลกร้อนมีผลกระทบต่อขั้วโลกเหนืออย่างไร? 3

สำหรับสภาวะโลกร้อนนั้นตอบได้ตามตรงเลยว่ามีผลกระทบต่อขั้วโลกเหนือค่อนข้างมาก ซึ่งภาวะโลกร้อนที่เราพูดถึงมีสาเหตุที่มาจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติหรือพลังงานอย่างฟุ่มเฟือย และสาเหตุหลักอีกอย่างนึงคือการใช้พลาสติกอย่างแพร่หลาย เนื่องจากนักสำรวจจากสำนักต่างๆ ได้ลงความเห็นเป็นที่เห็นต้องกันว่าพลาสติกทำให้เกิดสภาวะโลกร้อนได้เนื่องจากการทำลายพลาสติกจะก่อให้เกิดสารเคมีที่สามารถมาทำลายโอโซนที่เป็นตัวกรองความร้อนให้กับโลก นอกจากพลาสติกแล้วไม่ว่าจะเป็นควันจากเครื่องยนต์ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่เป็นสาเหตุทำให้โลกร้อนได้ ซึ่งจากการสำรวจเมื่อโลกเจอกับสภาวะโลกร้อน เรามักจะได้ข่าวอย่างหนาหูว่าตอนนี้น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือกำลังละลาย หมีขาว หรือสัตว์ขั้วโลกต่างๆ มีวิถีการดำรงชีวิตยากมากยิ่งขึ้น หากินลำบากมายิ่งขึ้นซึ่งภาพที่เราเห็นตามข่าวบอกตามตรงว่ามันน่าสงสารมาก น่าสงสารอย่างจับใจเลยทีเดียว