วาฬเบลูก้าเปลี่ยนแปลงที่อยู่ตามขั้วโลกเหนือที่เปลี่ยนไป

berukaการสังเกตการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของขั้วโลกเหนือนั้นเราสามารถศึกษาไดจากลักษณะภายนอกของแผ่นน้ำแข็ง แต่นั้นก็เพียงภายอกเท่านั้น ซึ่งเราเองก็มีสถิติที่ยังไม่ชัดเจนนักการที่เราจะสามารถศึกษาความเปลี่ยนปลงของสถานที่เหล่านี้ได้จากสัตว์ที่อยู่ในสถานที่เหล่านั้น ซึ่งที่นี้มีสัตว์ให้เลือกอยู่ชนิดหนึ่งที่มันจะเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของมันไปเรื่อยๆ ตามอุณหภูมิที่มันต้องการทั้งนี้ ก็คือ วาฬเบลูก้า ซึ่งเป็นปลาตระกูลปลาที่มีลักษณะคล้ายโลกมาแต่มีขนาดตัวใหญ่จึงถูกเรียกว่าวาฬ มีลักษณะตัวขาวทั้งลำตัวเมื่ออายุได้ประมาณ 15 -20 ปี ซึ่งอายุเฉลี่ยนของมันอยู่ 60 – 80 พอๆกับมนุษย์เลยทีเดียว เราจึงสามารถติดตามลักษณะความเปลี่ยนแปลของขั้วโลกโดยใช้เจ้าวาฬนี้ได้หลายปี และเมื่อได้เข้ามาศึกษามันแล้วนักวิทยาศาสตร์รู้ศึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของมันมากเพราะใน 4 ปีนี้มันเปลี่ยนแปลงแหล่งที่อยู่ของมันหลายครั้งมาก นั่นหมายถึงว่าขั้วโลกเหนือ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั่นเอง ผลการวิจัยสังเกตพฤติกรรมของมันที่เปลี่ยนแปลหลายอย่างไม่ใช่แค่เพียงที่อยู่เท่านั้นแต่การเพิ่มจำนวนของวาฬชนิดนี้ลดน้อยลงด้วย จริงๆ แล้ววาฬชนิดนี้ มักจะถูกล่าโดยนักล่าของหมู่บ้านที่อยู่ริมชายฝั่งในฤดูร้อนที่น้ำแข็งลาย ทำให้มีแหล่งน้ำแข็งน้อยและชาวบ้านที่ออกล่าก็หาวาฬเบลูก้าตามน้ำแข็งที่เหลื่ออยู่อย่าง่ายดาย ซึ่งวาฬชนิดนี้ไม่มีอะไรที่สามารถปกป้องตัวเองได้ ถ้าปล่อยไปอย่างนี้คงจะศูนย์พันธ์ในไม่ช้า จึงมีกฎหมายออกมาห้ามการล่า ซึ่งตอนนี้แหลือเพียง 300 กว่าตัวเท่านั้น ซึ่งถ้าเกิดมันศูนย์พันธ์ไปก็จะส่งผลให้เราจะไม่สามารถสำรวจความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติขั้วโลกเหนือได้เลย และมนุษย์อย่างเราก็จะไม่สามารถเตรียมตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังจะตามมาอย่างแน่นอน

 

 

 

 

โลกร้อนมีผลกระทบกับขั้วโลกเหนือ

iceโลกเราทุกวันนี้ร้อนขึ้นทุกวันนั่นก็เพราะ น้ำมือมนุษย์อย่างรานั้นเอง ที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ไม่รู้จักการใช้อย่างประหยัด ซึ่งจากการวิจัยเห็นว่าการใช้พลาสติกก่อให้เกิดโลกร้อนเพราะการทำลายทำให้เกิดสารที่ทำให้โอโซนลดน้อยลงทุกวัน จึงไม่มีขั้นบรรยากาศที่คอยกรองความร้อนที่เข้ามาสู่โลกทำให้แสงอาทิตย์สามารถตกกระทบเราได้โดยตรง นอกจากนี้การใช้เทคโนโลยีก็ยังส่งผลให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ อย่างการใช้รถใช้ถนนก็มีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน เราเองก็สามารถสังเกตจากสิ่งรอบตัวได้แค่เพียงเวลาตอนเช้าในการเดนทางมาทำงานเพียงแค่ 9.00 เช้ายังรู้สึกร้อนเลยทั้งๆ ที่เมื่อก่อนช่วงนี้แสงแดดมีวิตามินที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์มาก ซึ่งสำหรับคนมีเงินแล้วส่วนใหญ่จะอยู่ห้องแอร์ที่ข้างในทำความเย็นแต่ข้างนอกนั้นสร้างความร้อนอย่างมากมายที่คอมเพรสเซอร์ ซึ่งมีอีกสิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนว่าอยู่ไกลตัวเราแต่ที่จริงมันไกลเรามากอยา ขั้วโลกเหนือที่ได้รับผลกระทบจากรังสี UV จนเริ่มละลาย ซึ่งจากการสำรวจปีล่าสุดมีพื้นที่น้ำแข็งในขั้วโลกเหนือเหลือน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเมื่อก่อนนั้นที่โลกเราไม่ร้อนขนาดนี้เพราะแผ่นน้ำแข็งเหล่านี้ทำการสะท้อนความร้อนจากดวงอาทิตย์มาโดยตลอด แต่พอมันมีขนาดที่เกลง ทำให้มันสะท้อนแสง uv ได้น้อยลงด้วย ซึ่งทำให้พื้นที่น้ำมากขึ้นบริเวณน้ำก็มากขึ้นตามด้วย ทำให้แทนที่จะสะท้อนความร้อนด้วยแผ่นน้ำแข็งแต่กลับอมความร้อนด้วยน้ำทะเลที่มีมากขึ้นทุกวันนั่นเอง ซึ่งอีกไม่นานนักวิทยาศาสตร์คาดว่าอาจจะมีสภาวะน้ำท่วมโลก และที่จะเกิดก่อนก็คือโรคระบาดที่จะมาจากบรรดาสัตว์ที่หนีความร้อนมาหาพื้นที่ที่เย็นกว่าซึ่งเป็นพื้นที่มีมนุษย์อย่างเราอยู่นั้นเอง

 

 

ขั้วโลกเหนือปติมากรรมความเย็นที่ไม่มีวันตาย

home iceการสร้างศิลปะนั้นมีกันทุกยุคทุกสมัยและสามารถสร้างที่ไหนก็ได้แค่มีจินตนาการ ซึ่งในยุคสมัยนี้ก็ได้มีศิลปะเกิดขึ้นมากมายและมีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพต่างๆ ซึ่งบางภาพขายได้มูลค่าหลายร้อยล้านเลยทีเดียวเพราะการสร้างงานศิลปะนั้นต้องใช้แรงบันดาลใจในการสร้างงานสูง ซึ่งเทคนิคก็จะแตกต่างกันออกไปตามความถนัด ถึงไม่ใช่แค่การวาดภาพเท่านั้นที่สามารถสร้างงานศิลปะได้ ซึ่งการปั้นรูปปั้นหรือภาพฝาผนังก็เป็นงานศิลปะเช่นกันซึ่งความยากจะอยู่ที่ต้องร้างศิลปะที่สามารถมองเห็นได้รอบด้านนั่นเองที่จะเห็นได้ชัดในบ้านเราเลยก็คือการปั้นพระพุทธรูปต่างๆ ตามวัดซึ่งเป็นงานที่ละเอียดอ่อนต้องอาศัยความชำราญและใจเย็นของช่าง ซึ่งในขั้วโลกเหนือก็เช่นกันแต่จะแตกต่างตรงที่วัสดุที่นำมาใช้ ขึ้นชื่อว่าขั้วโลกเหนือคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากน้ำแข็งและจำนวนมากที่อยู่รวมตัวกันเป็นพื้นที่กว้างใหญ่ เหนือมหาสมุทรสิ่งที่สามารถนำมาทำงานศิลปะได้คงหนีไม่พ้นน้ำแข็งเพราะสามารถคงตัวอยู่ในที่แบบนี้ได้นานซึ่งที่เราจะเป็นกันส่วนมากจะเป็นการสสร้างศิลปะเพื่อการอยู่อาศัยน้าน้ำแข็งมาตัดและต่อกันคล้ายๆ อิฐหรือไม่ก็เป็นการเกาะสลักน้ำแข็งขนาดใหญ่ให้เป็นรูปร่างที่ตัวเองต้องการ แต่งานศิลปะแนวนี้ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีการเคลื่อนย้ายเพราะถ้ามีอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปอาจจะทำให้รูปร่างของงานศิลปะเปลี่ยนไปได้เพราะมันต้องการอุณหภูมิที่หนาวเย็นเพื่อคงสภาพนั่นเองจริงๆมีคนคิดที่จะนำเอาน้ำแข็งจากขั้วโลกเหนือเป็นร้อยๆ ตันมาเพื่อสร้างงานอันยิ่งใหญ่ที่ในขณะขนอยู่นั้นน้ำแข็งส่วนใหญ่ได้ละลายไปเสียก่อนจึงไม่สามารถทำได้ จึงทำให้งานศิลปะที่สร้างขึ้นในขั้วโลกเหนือมีมนเสนห์และดึงดูดให้ศิลปินทั่วโลกมาสร้างงานที่นี่ครับ

 

ขั้วโลกเหนือพื้นที่สุดหนาวเย็นของโลก

Walrusสิงโตทะเลจากผู้ล่าใต้สมุทรสู่เหยื่อบนผิวน้ำแข็ง ตามธรรมชาติแล้วระบบนิเวศวิทยาที่สมดุลก็มักจะมีห่วงโซ่อาหารเพื่อความสมดุลของธรรมชาติโดยส่วนใหญ่แล้วต้องมีผู้ล่าที่จำนวนน้อยกว่าเหยื่อแต่ก็มีความจำเป็นไม่งั้นเหยื่อจะมีมากเกินจำนวนและพื้นที่ ที่มีกำกัด ซึ่งการเป็นผู้ล่าและเหยื่อนั้นกำหนดโดยขนาดและการประเภทในการกินซึ่งสัตว์บางประเภทกินเนื้อและพืช สังเกตได้ง่ายๆ คือสัตว์กินเนื้อมักจะมีฟันที่แหลมคม ส่วนสัตว์กินพืชจะมีฟันกามที่แข็งแรงเพื่อบทเคี้ยวพืชได้อย่างง่ายดาย ซึ่งวันนี้เราจะมีกล่าวถึงสิงโตทะเลซึ่งอยู่เกือบสุดของห่วงโซ่อาหารของดินแดนขั้วโลกเหนือ เป็นลองแค่เพียงหมีขาวขั้วโลกบนบกเพียงเท่านั้นนั่นก็เพราะขนาดที่เล็กกว่าและกล้ามเนื้อกับกรงเล็บที่ไร้เทียมทานเหนือน่านน้ำขั้วโลกเหนือนั่นเอง ส่วนสัตว์น้ำแทบทุกชนิดกลายเป็นเหยื่อของเจ้าสิงโตทะเลแทบทั้งสิ้นด้วยความว่องไวในน้ำด้วยครีบที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างเร็วมากยากที่ปลาทะเลที่มีความเร็วต่ำจะหลบหนีได้ กลายเป็นเหยื่ออย่างง่ายดายไม่ว่าจะเป็นปลา หรือแมวน้ำ กับนกที่บินไม่ได้อย่างนกแพนกวิ้น ที่ลงน้ำเมื่อไหร่ก็กลายเป็นเหยื่อทุกที่ ซึ่งพวกมันต้องลงน้ำเพื่อหาอาหารอยู่แล้วถ้าดวงดีก็ได้กินอิ่มและ รอดตาย ส่วนซวยก็เป็นเหยื่อของนักล่าผิวน้ำ และในน้ำลึกอย่างฉลามต่างๆ ซึ่งสิงโตทะเลถ้าเผลอลงไปลึกๆ ก็กลายเป็นเหยื่อใต้ท้องทะเลได้เช่นกัน ดังนั้นมันจึงหากินแค่ผิวน้ำเพียงเท่านั้นซึ่ง เช่นกันกับบนทกที่มันมีเพียงครีบคล้ายๆ แมวน้ำจึงเคลื่อนที่ช้าและไม่สามารถไล่ล่าสัตว์ชนิดไหนได้เลยบนบกยกเว้นซากสัตว์ที่ตายแล้ว จึงไม่เป็นอันตรายใดๆ และดูเหมือนว่ามันจะรู้ตัวจึงจะอยู่นึ่งเมื่ออยู่บนบกครับ แต่ยังไงก็ตามมนุษย์อย่างเราก็ไม่ควรเข้าใกล้มันเด็ดขาดเพื่อความปลอดภัยครับ

ขั้วโลกเหนือดินแดนอุณหภูมิติดลบ

NorthPoleถ้าเรานึกถึงภาพของขั้วโลกเหนือในการ์ตูนและ คงจะคิดว่ามันเป็นสถานที่นี้สวยงามน่าอยู่นั้นผิดถนัดเลยครับ เนื่องจากในการ์ตูนนำเสนอภาพที่สวยงามแต่เอาเข้าจริงแล้ว ที่นี่มีความหนาวเย็นที่ยากจนมนุษย์ธรรมไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้เลย คิดดูแล้วกันขนาดหน้าหนาวในภาคเหนือของไทยยังมีคนเสียชีวิตเลยครับ ขนาดมีการต้มเหล้าที่มีความเข้มข้นของแอลกอฮอร์สูงยังช่วยไม่ค่อยได้เลยซึ่งถ้าเปรียบเทียบความหนาวของภาคเหนือไทยกับ ขั้วโลกแล้วห่างกันลิบเลยครับ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถไปเหยียบได้แต่คนธรรมดาๆ นั้นถ้าไม่จำเป็นคงไม่ไปแน่ๆ ส่วนใหญ่จึงเป็นทีมสำรวจทางวิทยาศาสตร์ขององการต่างๆ เท่านั้น ซึ่งต้องมีความพร้อมในการสำรวจพอสมควรซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเสื้อคลุมที่มีความหนาหลายๆ ชั้นใส่จนดูอ้วนครับ แต่ถึงจะหนาวเพียงใดก็ยังมีสัตว์ที่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสภาพอากาศแบบนั้นได้ เช่นกัน โดยมีลักษณะคล้ายกันตรงที่เป็นสัตว์ที่มีขนเยอะเพราะป้องกันตัวเองจากความหนาวสั่นนั่นเองแต่ไม่ใช่ว่ามนุษย์เราจึงพึ่งทำการสำรวจด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นะครับ ในอดีตมีการบันทีกว่าพื้นที่นี้มีการสำรวจมาถึงโดยมนุษย์สมัยก่อน ซึ่งพวกเขาหาเพื่อกันหนาวได้ก็คือเสื้อที่ทำมาจากขนสัตว์สมัยนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งขนาดพืชเองก็ยังมีไม่มากเลยส่วนใหญ่จะเป็นพืชในตระกูลหญ้าหรือมอสที่สามารถทนต่อความหนาวได้เพียงเท่านั้น แต่มันจะไม่มีการเจริญเติมโตในฤดูหนาวเด็ดขาดเพราะน้ำที่ติดกับรากเย็นซะจนเป็นน้ำแข็งไปซะหมดแล้ว ไม่สามารถดูดซึมเพื่อน้ำมาเลียงต้นหรือใบได้ ซึ่งมันจะดูดน้ำได้อีกทีตอนหน้าร้อนซึ่งติดลบเพียง 20 กว่าองศาเท่านั้น